ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ    ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ    ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ   ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ   ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ    ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ    ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ   ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ   ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ
X

ทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับดอกไม้แห่งสายลม (แอนนีโมนี)

ดอกแอนนีโมนี (Anemone) ที่เรียกกันอีกชื่อว่าดอกไม้แห่งสายลม เป็นกลุ่มของดอกไม้ที่มีหลากหลายสายพันธ์ หลายสี และเป็นดอกไม้ที่เป็นที่สนใจของหลายคนมายาวนาน ด้วยความที่ดอกแอนนีโมนีมีกลีบดอกที่บางบางและสีสันที่สดใสพร้อมกับความหมายที่ลึกซึ้ง ในบทความครบถ้วนนี้ ผู้เขียนจะพาผู้อ่านได้สำรวจประวัติของดอกแอนนี่โมนีอย่างละเอียด พร้อมความหมายของดอกแอนนีโมนีแต่ละสี ความหมายทางจิตวิญญาณ เทคนิคการปลูก สถานที่ที่ดอกแอนนีโมนีเติบโต คุณสมบัติของดอกแอนนีโมนีทางการแพทย์และการใช้งาน พร้อมเทคนิคการทำดอกแอนนีโมนีแห้งและคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแล ถือว่าเป็นบทความที่รวบรวมข้อมูลทุกด้านของดอกไม้แห่งสายลมเลยค่ะ

ที่มาของดอกแอนนีโมนี

ดอกแอนนีโมนีเป็นดอกไม้ในตระกูล Ranunculaceae และเติบโตกระจายอยู่ทุกที่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในทวีปยุโรป เอเชีย และทวีปอเมริกาเหนือ ที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของดอกแอนนีโมนีก็แตกต่างกัน เราสามารถพบได้ในระบบนิเวศทั่วไป ตั้งแต่ในป่าเขียวอันเขียวชะอุ่ม ทุ่งหญ้า หรือแม้กระทั่งตามภูเขาต่างๆ

UFBK Arnome field 2

ทวีปยุโรป

เราสามารถพบดอกแอนนีโมนีได้ในประเทศต่าง ๆ เช่นสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ และอิตาลี โดยดอกแอนนีโมนีจะเจริญเติบโตอยู่ในที่ค่อนข้างอุมดมสมบูรณ์และตามทุ่งหญ้าที่มีแสงแดดเข้าถึง อย่างที่ประเทศอังกฤษจะมีดอกแอนนีโมนีชนิด Wood anemone หรือดอกแอนนีโมนีป่าที่สามารถเห็นได้ในทุกพื้นที่ของป่า ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาว และในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีสีชมพูขึ้นมารายล้อม

ทวีปเอเชีย

ในภูมิภาคทวีปเอเชียของเราเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายของดอกอะเนโมน โดยประเทศในญี่ปุ่นและจีน จะมี Japanese anemone หรือที่รู้จักกันในชื่อดอกแอนนีโมนีญี่ปุ่น สามารถพบได้ในสวนและพื้นที่ธรรมชาติโดยทั่วไป ลักษณะดอกจะมีกลีบสีชมพูและแกนกลางสีเหลือง รวมถึง Poppy anemone ที่มีทั้งดอกสีแดง ขาว และน้ำเงิน เวลาที่ดอกแอนนีโมนีทั้งสองสายพันธุ์เติบโตอยู่ด้วยกัน จะให้ทัศนีย์ภาพที่สวยงามอย่างมาก

ทวีปอเมริกาเหนือ

ดอกแอนนีโมนีในแถบทวีปอเมริกาเหนือจะขึ้นตั้งแต่ช่วงตะวันออกของสหรัฐอเมริกาไปจนถึงเขตอัลไพน์ของแคนาดา โดยสายพันธุ์เด่นของทวีปอเมริกาเหนือจะเป็นพวก เช่น Western anemone ที่มีกลีบบางๆสีขาว และ Anemone multifida ที่ลักษณะดอกจะตูมกว่าเล็กน้อย มีสีแดงอมชมพู โดยทั้งสองสายพันธุ์จะเจริญเติบโตในป่าชื้นและเขตภูเขาเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ภูมิทัศน์ของภูเขาสวยงามอย่างมาก

UFBK White woodland 2

ดอกแอนนีโมนีมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจและมีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมในยุคต่าง ๆ ในส่วนนี้ ทางผู้เขียนขอเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของดอกแอนนีโมนีว่ามีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างไร และการอ้างอิงที่น่าสนใขององค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งในด้านศิลปะ และวรรณกรรม

UFBK flirtation 2

1. ที่มาและการเติบโตของดอกแอนนีโมนี

ดอกแอนนีโมนีจัดอยู่ในตระกูล Ranunculaceae และเป็นดอกไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในทุกที่ทั่วโลก ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่จะเติบโตตามป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูณ์ ตามทุ่งหญ้า ตามซอกหิน และมีอยู่รายล้อมในช่วงแถบเทือกเขาอัลไพน์

2. ความสำคัญทางวัฒนธรรมและสัญลักษณ์

ดอกแอนนีโมนีมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมในสังคมที่แตกต่างกันโดยส่วนใหญ่จะแสดงเปรียบความหมายถึง ความรัก, ความอ่อนแอ, การรอคอย, และการเปลี่ยนแปลง ตามวัฒนธรรมโรมันและกรีกโบราณ ดอกแอนนีโมนีจะมีความเชื่อมโยงกับเทพเจ้าเช่น อะโฟรไดท์และฟลอร่า(เทพีแห่งความงาน) ส่วนในเอเชียก็มีความหมายต่าง ๆ เช่นโชคลาภ, ความคุ้มครอง, หรือ ความอยากรู้อยากเห็น

3. การอ้างอิงทางวรรณกรรม

ดอกแอนนีโมนีเป็นดอกไม้ที่ถูกกล่าวถึงอยู่หลายบทในเทพนิยายกรีกโบราณ เป็นเรื่องราวของอะโฟรไดท์และอาโดนิส โดยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับต้นกำเนิดของดอกแอนนีโมนีจากน้ำตาของเทพี ตามการอ้างดิงในวรรณกรรม ดอกแอนนีโมนีมักถูกใช้ในมุมมองด้านอำนาจ เพื่อแสดงถึงความอ่อนแอของธรรมชาติและความล่วงล้ำของชีวิต

ความหมายของดอกแอนนีโมนีแต่ละสี

ดอกแอนนีโมนีสีแดง

UFBK Red anemone 2

ดอกแอนนีโมนีสีแดงแสดงถึงความรัก ความหลงใหล ความปรารถนาและความรู้สึกที่ชัดเจน สามารถแสดงถึงความหมายของความรักที่ร้อนแรง หรือรูปแบบของความรักที่โรแมนติกก็ได้ค่ะ

ดอกแอนนีโมนีสีชมพู

UFBK Pink anemone 2

ดอกแอนนีโมนีสีชมพูแสดงถึงความอ่อนโยน ความงดงาม ความชื่นชมและความสุข มักถูกให้เพื่อเป็นการแสดงความนับถือหรือเพื่อฉลองการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ได้งานใหม่ สอบติดมหาวิทยาลัย เป็นต้น

ดอกแอนนีโมนีสีขาว

UFBK White anemone 2
ทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับดอกไม้แห่งสายลม (แอนนีโมนี) 1

ดอกแอนนีโมนีสีขาวแสดงถึงความบริสุทธิ์ ความรักที่บริสุทธิ์ เป็นเครื่องหมายทางจิตวิญญาณและการเริ่มต้นใหม่ มักถูกใช้ประกับในงานแต่งงานเพื่อแสดงถึงความรักอันบริสุทธิ์

ดอกแอนนีโมนีสีม่วง

UFBK purple anemone 2

ดอกอะเนโมนสีม่วงแสดงถึงความมั่งคั่ง ความภูมิฐาน ความหรูหราและความเป็นเจ้าของ เป็นดอกไม้สีม่วงที่มักเกี่ยวข้องกับเรื่องของการชื่นชมยินดีและเป็นดอกไม้ที่เมื่อนำมาจัดเป็นช่อแล้วจะสวยมาก เพราะมีสีม่วงที่โดดเด่นอย่างชัดเจน

ดอกแอนนีโมนีสีน้ำเงิน

UFBK blue anemone 2

ดอกแอนนีโมนีสีน้ำเงินนับเป็นดอกไม้หายากและคนอยากได้กันอย่างมาก เพราะด้วยความที่สีไม่ค่อยเหมือนดอกไม้อื่นๆ ดอกแอนนีโมนีสีน้ำเงินแสดงถึงความสงบเรียบร้อย ความสมดุลภายในตัวเอง และแอนนีโมนีสีน้ำเงินเมื่อนำมาจัดใส่แจกัน จะทำให้บ้านสงบและมีพลังงานบวกมากขึ้น

ความหมายของดอกแอนนีโมนี ในด้านจิตวิญญาณ

นอกจากความหมายและสัญลักษณ์โดยทั่วไปแล้ว ดอกแอนนีโมนีนั้นยังมีความหมายทางจิตวิญญาณและมีเชื่อว่าเป็นดอกไม้ที่มีพลังงานด้านบวกเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วยค่ะ (ขอให้ผู้อ่านทุกท่านใช้วิจรณาญในการอ่านหัวข้อนี้ด้วยค่ะ)

1. การเปลี่ยนแปลงและการเริ่มใหม่

ดอกแอนนีโมนีเปรียบเสมือนถึงการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายในตัวเอง หรือสภาพแวดล้อมรอบตัว และการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต อย่างเช่น บทบาทใหม่ด้านการงาน หรือ การเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นเหมือนดอกไม้เตือนใจถึงวงจรของชีวิต และสมดุลของชีวิตค่ะ

2. เครื่องรางและกำจัดพลังงานด้านลบ

มีความเชื่อว่าดอกแอนนีโมนีมีคุณสมบัติทางจิตวิญญาณด้านการป้องกันและกำจัดพลังงานที่เป็นลบหรือจิตวิญญาณชั่วร้าย มักถูกใช้ในพิธีต่างๆหรือตกแต่งไว้ในบ้านเพื่อเพิ่มพลังงานด้านบอกให้กับผู้คนในบ้าน

3. การรักษาความสมดุลทางอารมณ์

ดอกแอนนีโมนีมักเกี่ยวข้องกับการรักษาความสมดุลทางอารมณ์และการเอาชนะความเศร้าจากความสูญเสีย เป็นดอกไม้ที่จะนำความสงบสุขมาให้ และช่วยให้เราเติบโตขึ้นจากเรื่องราวที่ยากลำบาก

4. การตื่นตัวและความสามารถในการรับรู้

ดอกแอนนีโมนีมีความหมายถึงการรับรู้และความเชื่อมั่นของการเชื่อมต่อกับสติปัญญาของเราที่สูงขึ้น เป็นดอกไม้ที่จะช่วยให้เราเข้าถึงสัญชาตญาณของตัวเราและการยอมรับในตัวเอง

วิธีปลูกดอกแอนนีโมนี

การปลูกดอกแอนนีโมนีสามารถเป็นประสบการณ์ที่เราสามารถทำได้กับคนในครอบครัว หรือเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นในสวนหรือในภาชนะการปลูกพืช ในส่วนนี้ทางผู้เขียนจะอธิบายถึงการปลูกพืช เงื่อนไขของดิน การให้น้ำ วิธีการขยายพันธุ์ และแนวทางดูแลรักษาดอกแอนนีโมนี

UFBK anemone seed 1

1. เลือกสายพันธุ์ดอกแอนนีโมนีให้เหมาะสม

อย่างแรกเราต้องเลือกสายพันธุ์ดอกแอนนีโมนีให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและเงื่อนไขโดยรอบที่มีผลต่อการเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่คุณอยู่ด้วยค่ะ โดยสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมจะมี Poppy anemone, Balkan anemone, และ Japanese anemone แต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะตัวที่สวยงามแตกต่างกันออกไป

2. ช่วงเวลาและสถานที่ปลูก

ฤดูที่ควรปลูกดอกแอนนีโมนี ควรปลูกในช่วงต้นฤดู โดยต้องดูด้วยว่าสายพันธุ์ไหนที่เหมาะสมกับสภาพอากาศในช่วงนั้นๆ โดยเราต้องเลือกสถานที่ที่มีดินระบายน้ำไดดีและมีแสงแดดที่เพียงพอตามความต้องการของดอกไม้

3. เตรียมดินให้พร้อม

ดอกแอนนีโมนีชอบดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีธาตุหรือสารอินทรีย์ในดินอย่างอุมดมสมบูรณ์ ก่อนเตรียมดินคุณต้องแน่ใจก่อนว่าค่าความเป็นกรด-ด่างของดินต้องเป็นกลางถึงเป็นกรดเล็กน้อย แล้วอย่าให้ดินจับตัวเป็นก้อน ทำให้ร่วนมากที่สุด

4. ระดับความลึกและระยะห่างในการปลูก

การปลูกดอกแอนนีโมนีควรอยูในความลึกประมาณ 2-3 นิ้ว (5-8 ซม.) และระยะห่างระหว่างกันซัก 4-6 นิ้ว (10-15 ซม.) ตามสายพันธุ์ที่เลือกคุณชอบ หมั่นดูเพื่อให้ดอกไม้เกิดการเจริญเติบโตที่ดีที่สุด

5. ความชื้นและระดับน้ำ

ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ดินชื้นอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการให้น้ำเกินไป เนื่องจากความชื้นมากเกินไปอาจทำให้รากเน่า เราสามารถใส่หญ้าหรือวัสดุกันเมล็ดพืชอย่างอื่นเพื่อช่วยรักษาความชื้นและยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืชได้

6. การใส่ปุ๋ย

ควรใช้ปุ๋ยที่ละลายน้ำได้ดีและสร้างความของการเติบโตในระหว่างฤดูกาล ควรให้ปุ๋ยในปริมาณที่พอดี ไม่มากแล้วไม่น้อยจนเกินไป

7. การขยายพันธุ์

ดอกแอนนีโมนีสามารถขยายพันธุ์โดยใช้วิธีการแบ่งพันธุ์หรือการเพาะเมล็ด โดยจะทำในช่วงหมดฤดูกาลการเจริญเติบโตแล้ว

8. การตัดแต่งและการตัดดอก

การตัดดอกควรเลือกใบที่เหลืองหรือตายออกเป็นระยะๆ เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของใบใหม่และรักษาลักษณะของพืชไว้ ควรตัดแต่งแอนนีโมนีในช่วงปลายฤดูใบ เพื่อเอาส่วนที่ติดโรคหรือเสียหายออก

9. การควบคุมโรคและแมลง

ควรหมั่นเช็คแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ และทาก ซึ่งมันจะมากัดกินใบของแอนนีโมนี เราสามารถใช้สารอินทรีย์หรือเคมีในปริมาณที่เหมาะสมในการควบคุมแมลง และนอกจากนี้ควรรักษาระบบระบายอากาศให้ระบายอย่างเหมาะสมพร้อมควบคุมปริมาณความชื้นเพื่อป้องกันโรครากเน่าเนื่องที่เกิดจากความชื้นที่มีมากเกินไป

ถิ่นอาศัยทางธรรมชาติและสถานที่ที่คุณจะได้พบกับดอกแอนนีโมนี

นอกจากการเพาะปลูกแล้ว ดอกแอนโมนสามารถพบได้ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของพ อันนี้คือสถานที่ที่คุณสามารถพบดอกแอนนีโมนีได้ ถ้าใครมีโอกาสได้ไป อย่าลืมมาแชร์กันด้วยนะคะ

UFBK White woodland 3

1. ยุโรป

ดอกแอนนีโมนีขึ้นอยู่ทั่วไปในหลายประเทศในยุโรป เช่นป่าไม้และทุ่งหญ้า จะมีมากในสหราชอาณาจักร ตามเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์ กรีซและอิตาลี

2. เอเชีย

ในทวีปเอเชีย ดอกแอนนีโมนีสามารถพบได้ในประเทศเช่นญี่ปุ่น จีน โดยเฉพาะเมืองหรือจังหวัดที่อากาศค่อนข้างเย็นหน่อย

3. อเมริกาเหนือ

สปีชีส์ของดอกแอนนีโมนีจะกระจายอยู่ทั่วทั้งภูมิภาคอเมริกาเหนือ สามารถพบได้ในเกือบทุกระบบนิเวศ เช่นป่าไม้ ทุ่งหญ้า และทุ่งหญ้าราบ รวมถึงภูมิภาคแปซิฟิกนอร์ธเวสต์ของสหรัฐอเมริกาและบางช่วงในเขตของประเทศแคนาดา

ดอกแอนนีโมนีกับประโยชน์ทางการแพทย์

ดอกแอนนีโมนีถูกนำมาใช้เพื่อคุณสมบัติทางการแพทย์เป็นเวลาหลายศตวรรษ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คุณควรปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนใช้ดอกไม้หรือสมุนไพรก่อนเสมอ ดอกแอนนีโมนีโมนได้มีประโชน์ทางการแพทย์หลายอย่าง

UFBK floral medicina 1

1. ต้านการอักเสบและแก้ปวด บางชนิดของดอกแอนนีโมนี เช่น Pulsatilla vulgaris และ Japanese anemone มีสารที่มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบและแก้ปวด มีความสามารถการบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบในโรคเส้นเอ็น อาการแวดตามข้อต่อ และอาการวิงเวียนศีรษะ

2. สุขภาพทางเดินหายใจ ดอกแอนนีโมนีได้ถูกใช้เป็นการดูแลสุขภาพทางเดินหายใจตามแบบดั้งเดิม โดยมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการไอ หวัด และภาวะทางเดินหายใจอื่นๆ โดยเราสามารถบริโภคเป็นชาสมุนไพรหรือใช้ต้มและหายใจผ่านไอน้ำของดอกแอนนีโมนีก็ได้

3. ผิวหนัง สารสกัดจากดอกนีโมนีสามารถใช้การแก้ปัญหาผิวหนังต่างๆ เช่น ผื่นคัน และบาดแผลเล็กน้อย ฤทธิ์ต้านการอักเสบของดอกแอนนีโมนีสามารถลดการอักเสบของผิวหนังและกระตุ้นกระบวนการสมานของบาดแผล อย่างไรก็ตาม ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนใช้นะคะ

4. ภาวะทางเดินหายใจ ดอกแอนนีโมนีถูกใช้ในการดูแลสุขภาพทางเดินหายใจ เชื่อว่ามีฤทธิ์ช่วยในการรักษาความสะอาดของระบบทางเดินหายใจ

5. ประจำเดือน ดอกแอนนีโมนีได้ถูกใช้รักษาปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือนที่มาไม่ปกติ การบรรเทาอาการปวดอย่างไร

ทำดอกไม้แห้งด้วยดอกแอนนีโมนี

UFBK driedflowers 1

1. การตากแห้ง การตากแห้งเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการแห้งดอกแอนนีโมนี รวบรวมดอกเล็ก ๆ เป็นจุดๆ และผูกก้านดอกด้วยเชือก แขวนกลับหัวลงในที่ที่มีการระบายอากาศดี มืดและแห้ง วิธีนี้อาจะใช้เวลาค่อนข้างนานหลายสัปดาห์

2. ซิลิกาเจล ซิลิกาเจลเป็นสารตัวละลายที่ใช้แห้งดอกไม้อย่างแพร่หลาย การใส่ซิลิกาเจลลงในภาชนะและฝังดอกแอนโมนลงไปในซิลิกาเจล ทำให้แน่ในว่าดอกแอนนีโมนีจะถูกซิลิกาเจลคลุมไว้อย่างมิดชิด ปิดภาชนะให้แน่นและปล่อยไว้ ซิลิกาเจลจะดูดความชื้นจากดอกแอนนีโมนี ทำให้กลายเป็นดอกไม้แห้งนั่นเอง

3. การทับกระดาษ เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ได้ดอกแอนโมนที่แห้งและแบน วางดอกแอนโมนระหว่างเอกสาหรือกระดาษอะไรก็ได้ ไม่ให้วางดอกไม้ทับกันนะ แล้วหาอะไรก็ได้หนักๆมาวางทักอีกทีนึง จนกว่าดอกไม้จะแห้งแล้วค่อยแกะกระดาษออกมา

การดูแลรักษาดอกแอนนีโมนี

เพื่อรักษาสุขภาพ ความสวยงามและอายุของดอกแอนนีโมนี สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้การดูแลและบำรุงรักษาที่เหมาะสม

UFBK tools 1
ทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับดอกไม้แห่งสายลม (แอนนีโมนี) 2

1. การให้น้ำ ดอกแอนนีโมนีชอบดินที่ชื้นสม่ำเสมอแต่ระบายน้ำดี ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะในช่วงที่แห้งและทำให้ดินชื้นสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการให้น้ำมากเกินไป เนื่องจากความชื้นมากเกินไปอาจทำให้เกิดการเน่า

2. แสงแดดและอุณหภูมิ ดอกแอนนีโมนีเจริญเติบโตในที่มีแสงแดดเข้าถึง แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของดอกด้วย บางสายพันธุ์ชอบอุณหภูมิที่เย็นกว่า ระหว่าง 50°F ถึง 70°F (10°C ถึง 21°C)

3. สภาพของดิน ดอกแอนนีโมนีชอบดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีสารอินทรีย์อย่างเพียงพอ เตรียมดินโดยรวมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกให้พร้อมดีก่อนปลูก

4. การใส่ฟางและการควบคุมวัชพืช ใส่ฟางอินทรีย์รอบๆ เพื่อรักษาความชื้น ยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืชและรักษาอุณหภูมิดินที่สม่ำเสมอ แต่อย่าให้ฟางไปใกล้ฐานของดอกไม้มากจนเกินไป เนื่องจากอาจทำให้ความชื้นสะสมเกินไปและส่งกลิ่มเหม็นได้

5. การให้ปุ๋ย เราสามารถใส่ปุ๋ยอย่างเป็นประจำในช่วงแรกของการเจริญเติบโต แนะนำให้ใช้เป็นปุ๋ยน้ำ

6. การตัดส่วนที่เสีย ตัดดอกและใบที่แห้งหรือเหลืองเพื่อรักษาการเจริญเติบโตใหม่

7. การควบคุมแมลงและโรค คอยหมั่นเช็คแมลงศัตรูที่ เช่น เพลี้ยไฟ, หอยทาก เพราะหอยทากจะชอบกินใบของแอนนีโมนี ใสามารถใช้สารอินทรีย์หรือสารเคมีในการควบคุมพสกแมลงศัตรูพืชได้

ดอกไม้สำคัญในศาสนาพุทธ : สัญลักษณ์และความหมายทางจิตวิญญาณ

UFBK Buddha 1

ความสงบในโลกของพุทธศาสนา ดอกไม้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ ความไม่เที่ยง และวงจรของชีวิตที่ตั้งอยู่และต้องดับไป การถวายดอกไม้ทุกครั้งที่เราได้ไปเยือนวัดวาอารามต่างๆ ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ชาวพุทธปฏิบัติกันเป็นประจำ แต่ทราบกันหรือไม่คะว่าดอกไม้ที่เราถวาย หรือใช้ในการกราบไหว้บูชานั้นมีบทบาทที่สำคัญและความหมายที่สวยงามซ่อนอยู่ วันนี้ผู้เขียนจะมาเจาะลึกถึงสัญลักษณ์และความหมายทางด้านจิตวิญญาณที่อยู่เบื้องหลังดอกไม้เหล่านี้กันค่ะ

ดอกบัว : สัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้

UFBK Lotus 1

ดอกบัวที่มีรากหยั่งและเติบโตในโคลน แต่ดอกจะผลิบานอยู่เหนือผิวน้ำ ถือว่าเป็นดอกไม้แห่งพระพุทธศาสนาเลยก็ว่าได้ ความหมายของดอกบัวสามารถหมายถึงการเอาชนะอุปสรรคทั้งหลายและความสงบที่เกิดจากภายในตัวเรา ดอกบัวในทางพุทธศาสนามีความลึกซึ้ง อุปมาเปรียบบุคคลเหมือนดอกบัว 4 จำพวก ได้แก่ บัวพ้นน้ำ ผู้ที่มีความพร้อมมีปัญญาสามารถมองเห็นเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ อย่างมีเหตุผลได้ บัวปริ่มน้ำ จำต้องพัฒนาซึ่งเมื่อขยายความเล็กน้อยก็จะมีความเข้าใจ บัวที่อยู่ใต้น้ำ ต้องอาศัยการเพาะบ่ม อบรมฝึกฝนอยู่เสมอ และบัวที่จม อยู่กับโคลนตมเป็นเหยื่อของสัตว์น้ำ แม้จะได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจหรือรึความหมายตามได้ แต่อย่างไรก็ตามมนุษย์ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้กลายมาเป็นบัวที่พ้นน้ำได้ค่ะ

ดอกเบญจมาศ : สัญลักษณ์แห่งความไม่เที่ยง

UFBK Chrysanthemum 1

จากแนวคิดพื้นฐานในทางปรัชญาพุทธศาสนา ดอกเบญจมาศเป็นสัญลักษณ์แห่งวัฎจักรของชีวิต การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นหลักคำสอนให้กับชาวพุทธในการยอมรับกับความไม่เที่ยง ความไม่แน่นอน การใช้ชีวิตอย่างมีสติ และการเจริญปัญญา ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นและชาวจีน ดอกเบญจมาศสีขาวเปรียบเสมือนการตั้งสัจจะและความซื่อสัตย์ จึงเป็นดอกไม้ที่ชาวญี่ปุ่นและจีนนำมาไหว้และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันค่ะ

ดอกมะลิ: สัญลักษณ์แห่งความเมตตาและความบริสุทธิ์

UFBK Jasmine 1

ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญอย่างมากในทางพุทธศาสนา ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์และความบริสุทธิ์ ความเห็นอกเห็นใจและการแสดงความเมตตาต่อสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ บทบาทของดอกมะลิในทางพุทธศาสนาคือการฝึกสมาธิและแสดงความบริสุทธิ์จากใจทุกคำพูดและการกระทำ ในความเชื่อทางพุทธศาสนา กลิ่นที่หอมของดอกมะลิสามารถยกระดับจิตใจ จิตวิญญาณ และกลิ่นหอมที่เหมือนกับเครื่องเตือนให้ใจมนุษย์เราคิดดีและกระทำความดีอยู่เสมอ

ดอกดาวเรือง: สัญลักษณ์แห่งแสงสว่าง  

UFBK Marigold 1

ในพิธีกรรมต่างๆทางพุธศาสนา ดอกดาวเรื่องมักนำมาใช้เพื่อตกแต่งแท่นบูชาและบริเวณโดยรอบวัดวาอารมหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ด้วยความที่ดอกดาวเรืองเป็นดอกไม้ที่มีสีสันสดใส จึงเปรียบเสมือนแสงสว่างของชีวิต ปัญญา และเส้นทางสู่การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ความหมายและความเชื่อมโยงทางสัญลักษณ์ระหว่างดอกดาวเรืองและแนวคิดทางพุทธศาสนา คือ ปัญญา ความเห็นอกเห็นใจ แต่การเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

กล้วยไม้: สัญลักษณ์แห่งความงามแหละความเงียบสงบ

UFBK Orchid 1

กล้วยไม้เป็นดอกไม้ที่ลักษณะภายนอกมีความละเอียดอ่อนและซับซ้อน เปรียบเสมือนความสง่างามและความสงบในทางพุทธศาสนา ความสำคัญของกล้วยไม้นั้นเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตวิญญาณ ความสงบจากภายในและงานพุทธศิลป์ ความหมายเชิงเปรียบเทียบของกล้วยไม้เปรียบเสมือนคำสอนของพระพุทธเจ้าและการแสวงหาของมนุษย์เพื่อยกระดับจิตวิญญาณและความรู้ของตนเอง

ดอกไม้มีบทบาทที่สำคัญในเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาและถือมีความหมายทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้ง ดอกไม้แต่ละดอกในทางพุทธศาสนาสะท้อนถึงมุมมองและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ได้อย่างมีเหตุผล ตั้งแต่การเติบโตในโคลนใต้ผิวน้ำดั่งดอกบัวไปจนถึงความงดงามประดุจดอกเบญจมาศ แต่ทั้งนี้ทุกอย่างเมื่อเกิดขึ้นมา ถึงเวลาเราก็ต้องดับไป เป็นวงจรของชีวิตที่เราไม่อาจเลี่ยงได้ ธรรมชาติถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่สอนให้เราซาบซึ้งกับและขอบคุณชีวิตที่เรามี อีกทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้กับการเติบโตในทุกจิตวิญญาณของเราค่ะ  การถวายดอกไม้อาจจะไม่จำเป็นที่ต้องใช้ดอกไม้ตามที่ผู้เขียนเล่ามา ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้อะไร แต่หากให้ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ทั้งสิ้งมีคุณค่าเหมือนกันค่ะ 🙂

ประวัติ  ความหมาย และสัญลักษณ์ของดอกกุหลาบ

“Of all flowers, me thinks rose is best”Shakespeare.

34753 11zon
ประวัติ  ความหมาย และสัญลักษณ์ของดอกกุหลาบ 3

ดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่หลายคนชื่นชอบและเป็นดอกไม้ที่สามารถปลูกได้ทุกที่ถ้ามีสภาพแวดล้อมและอากาศที่เอื้ออำนวย ดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่มีประวัติที่ยาวนาน ตามหลักฐานฟอสซิลที่นักโบราณคดีขุดพบ ดอกกุหลาบมีอายุถึง 35 ล้านปี เป็นดอกไม้ที่มีสีสันที่สดใสเป็นเอกลักษณ์ ในปัจจุบันดอกกุหลาบกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรมแมนติกที่คู่รักมอบให้แก่กัน

Harp 0 001 11zon

หนังสือเรื่อง Harpocrates-God of Silence ภาพจาก https://blogs.ucl.ac.uk/

ตามตำนานเทพเจ้ากรีก เทพีแห่งความงดงามอย่าง Aphrodite ได้ตั้งชื่อดอกกุหลาบตามชื่อของลูกชายตัวเอง อีรอส (Eros) โดนเรียงตัวอักษรใหม่จากชื่อของลูกชาย จนกลายมาเป็นคำว่า Rose ต่อมา อีรอสได้มอบดอกกุหลาบให้กับฮาร์โปเครติส เทพเจ้าแห่งความเงียบ เพื่อเป็นสินบนปกปิดความอ่อนแอของเทพเจ้า ทำให้ดอกกุหลาบก็กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ความเงียบ และความลับ

The Great Imperial Palace Yuen Min Yuen, Pekin, Before the Burning, October 1860

ภาพจาก https://www.nga.gov/

สำหรับในแถบเอเชีย หลักฐานการปลูกดอกกุหลาบเริ่มขึ้นประมาณ 5000 กว่าปีที่แล้ว โดยมีหลักฐานสำคัญต่างๆว่าดอกกุหลาบเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมมนุษย์ที่สำคัญตั้งแต่ช่วงนั้น โดยเริ่มเข้ามาปลูกครั้งแรกจากประเทศจีน แม้แต่ ขงจื้อ นักปรัชญาของโลก ยังได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการปลูกดอกกุหลาบในสวนอิมพิเรียล และยังมีการกล่าวว่าในห้องสมุดของประเทศจีนในสมัยนั้นมีหนังสือหลายร้อยเล่มที่เขียนเกี่ยวกับดอกกุหลาบและประโยชน์ที่ได้จากดอกไม้แสนสวยนี้ ในภาพเป็นสวนและประสาท Imperial Palace Yuen Min ก่อนที่จะถูกเผาทำลายในช่วงปี 1860

มีปรัชญาคำกล่าวนึงของขงจื๊อที่ทางผู้เขียนขอยกมาใช้ในบทความนี้ เป็นการเปรียบเทียบดอกกุหลาบและการใช้ชีวิตที่ทางผู้เขียนชอบเป็นการส่วนตัวและคืดว่าผู้อ่านน่าจะชอบและนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของเรากันได้ค่ะ

“A bit of fragrance always clings to the hands that gives roses. If you are generous, you will gain everything. – Confucius”

classic art lawrence alma tadema ancient rome rose wallpaper preview 11zon

Caracalla and Geta by Lawrence Alma-Tadema

หลายศตวรรษในช่วงจักรวรรดิโรมัน ชาวบ้านในสมัยนั้นถูกบังคับให้ปลูกดอกกุหลาบแทนพืชที่เป็นอาหารเพื่อตอบสนองความต้องการของขุนนางโรมัน แม้แต่จักรพรรดิเนโรผู้โหดเหี้ยมใช้กลีบกุหลาบกับทุกๆสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการโปรยกลีบกุหลาบแทนกระดาษในงานเฉลิมฉลอง การปล่อยกลีบกุหลาบจากเพดานลงพื้น การนั่งบนพรมที่ถูกปูด้วยกลีบกุหลาบในงานรื่นเริง การแช่น้ำหรืออาบน้ำที่เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบ เพราะความหรูหราและความฟุ่มเฟือยจากการใช้ดอกกุหลาบที่มากเกินจำเป็น ทำให้สัญลักษณ์ของดอกกุหลาบกลายเป็นดอกไม้แห่งความฟุ่มเฟือย เรื่องของการใช้ดอกกุหลาบในราชวงศ์จึงต้องถูกเก็บเป็นความลับจากประชาชน ใครที่นำเรื่องนี้ไปพูดจะถูกทำโทษอย่างรุนแรงเลยค่ะ

ถึงแม้ในปัจจุบันดอกกุหลาบกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและถูกมอบให้แก่กันในโอกาสวันพิเศษต่างๆ สีที่สดใสและเป็นเอกลักษณ์ของดอกกุหลาบยังแฝงไปด้วยนัยยะสำคัญและความหมายที่แตกต่างกันอีกด้วยค่ะ

สีของดอกกุหลาบที่แตกต่างกัน ให้ความหมายต่างกัน

ดอกกุหลาบสีแดง

closeup shot red rose 11zon

ความหมายของดอกกุหลาบสีแดงคือความเป็นนิรันด์ ในยุควิคตอเรียผู้คนมักจะส่งดอกกุหลาบสีแดงให้กันเพื่อแสดงถึงความรัก ความโรแมนติก หรือแม้แต่เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อความรักต้องห้าม ในปัจจุบันดอกกุหลาบสีแดงเป็นดอกไม้ที่ ที่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยมอบให้กันเพื่อแสดงถึงความรัก แต่ที่จริงแล้วความหมายของดอกกุหลาบสีแดงนั้นยังรวมไปถึงความมุ่งมั่น ความผูกพันธ์ที่ลึกซึ้งและเป็นสีที่แสดงออกถึงความปราถนาดีอีกด้วยค่ะ

ดอกกุหลาบสีชมพู

flower 11zon

ตามตำราในภาษาฮีบรูโบราณกล่าวไว้ว่า ดอกกุหลาบสีชมพูเป็นดอกไม้เพียงชนิดเดียวที่ได้รับอนุญาติให้ประดับภายในกำแพงเมืองเยรูซาเร็มค่ะ เพราะในสมัยนั้นดอกกุหลาบสีชมพูเป็นดอกไม้ชนิดเดียวที่หาได้ในกรุงเยรูซาเล็ม ความเชื่อของคนอิสราเอลในสมัยนั้นเชื่อว่า กลีบของดอกกุหลาบที่ม้วนขดเป็นเกลียวหมายถึงการเดินทางของชีวิตที่อุดมสมบูรณ์แบบไม่มีวันหมดสิ้น สำหรับปัจจุบันการมอบดอกกุหลาบสีชมพูให้เพื่อแก่ผู้รับแสดงถึงการขอบคุณและความชื่นชม ดอกกุหลาบสีชมพู เป็นตัวเลือกที่ดีสุดสำหรับใครก็ตามที่อยากมอบให้กับคนที่คุณอยากขอบคุณมากที่สุด แถมสีชมพูยังแสดงถึงความเป็นผู้หญิง ความสง่างาม เราจึงเห็นงานสำคัญต่างๆไม่ว่าจะเป็น งานหมั้น งานพรอม หรืองานต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว จะใช้ดอกกุหลาบสีชมพูเป็นหลักค่ะ

ดอกกุหลาบสีส้ม

close up hand holding orange rose 11zon

ดอกกุหลาบสีส้มเป็นดอกไม้ลูกผสมที่ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 20 โดยเป็นการผสมของดอกกุหลาบสีแดงและสีเหลือง ดอกกุหลาบสีส้มมักใช้สำหรับงานแต่งงานในช่วงฤดูใบไม้ผลิเพราะสีที่เข้ากันกับใบไม้แห้ง อีกทั้งดอกกุหลาบสีส้มยังถึงความหลงไหล ความกระตือรือร้น และความปราถนา เป็นดอกกุหลาบที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความชื่นชมและความตื่นเต้นในชีวิต การมอบดอกกุหลาบสีส้มให้กับผู้รับสามารถหมายถึงการให้กำลังใจ การแสดงออกถึงความภูมิใจในตัวผู้รับ สำหรับใครที่อยากอารมณ์ดีและมีแรงจูงใจในวันทำงาน ทางผู้เขียนแนะนำให้หาดอกกุหลาบมาตั้งไว้บนโต๊ะที่เราทำงานค่ะ

ดอกกุหลาบสีเหลือง

yellow rose with water drops 11zon

ดอกกุหลาบสีเหลืองหมายถึงการมองโลกในแง่ดีค่ะ เพราะสีเหลืองเป็นสีแห่งความอบอุ่น ความสดใส และความสนุกสนาน เป็นสีที่มีชีวิตชีวามาก เพราะฉะนั้นการมอบดอกกุหลาบสีเหลืองเปรียบเสมือนกับการส่งข้อความให้กับผู้รับว่า “ขอบคุณสำหรับความสุข” สัญลักษณ์ของดอกกุหลาบสีเหลืองนั้นคือความสดใส ความหวัง และดวงอาทิตย์ค่ะ

ดอกกุหลาบสีขาว

closeup view white roses with blurred background 11zon

ความหมายของดอกกุหลาบสีขาวคือ ความบริสุทธิ์ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมดอกกุหลาบสีขาวมักใช้ในงานแต่งงาน ดอกกุหลาบสีขาวยังเป็นสัญลักษณ์ของความจงรักภักดี อิสระภาพ สันติสุข การเริ่มต้นใหม่ และความเป็นอัมตะ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมดอกไม้สีขาวถึงนิยมใช้ในงานแต่งงานเพื่อแสดงถึงการเริ่มต้นใหม่กับคู่ชีวิตและความรักที่ยั่งยืนนั่นเองค่ะ

ดอกกุหลาบสีม่วง

amanda schmidt wWaK2LISiAE unsplash 11zon

ดอกกุหลาบสีม่วงขึ้นชื่อว่าเป็น “Mystical Rose” หรือดอกกุหลาบลึกลับ เหตุผลเพราะว่าในสมัยก่อนดอกกุหลาบสีม่วงเป็นดอกไม้ที่หายากมากและราคาสูง จึงมีแต่ราชวงศ์หรือกษัตริย์เท่านั้นที่สามารถซื้อดอกกุหลาบสีม่วงได้ ทำให้ดอกกุหลาบสีม่วงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา สง่างาม แต่ในปัจจุบันดอกกุหลาบสีม่วงสามารถปลูกและหาซื้อได้ง่ายขึ้นและเป็นที่นิยมมากขึ้น ความหมายของดอกกุหลาบสีม่วงเปรียบเสมือนกับความสงบ ความเยือกเย็นและความคิดสร้างสรรค์ จึงไม่แปลกเลยที่ดอกกุหลาบจะเป็นดอกไม้สุดโปรดของศิลปินระดับโลกอย่าง Monet และ Van Gogh ค่ะ

ดอกกุหลาบลาเวนเดอร์

50775 lavender roses exciting rosedom t1 min 1024x683 1
ประวัติ  ความหมาย และสัญลักษณ์ของดอกกุหลาบ 5

ดอกกุหลาบลาเวนเดอร์เป็นสีที่หายากที่สุดและดึงดูดสายตาได้ดีสุดค่ะ ดอกกุหลาบลาเวนเดอร์เป็นดอกไม้ที่มีประวัติยาวนาน เป็นดอกไม้ที่น่าหลงไหล และมีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์มากที่สุดค่ะ สัญลักษณ์ของดอกกุหลาบลาเวนเดอร์คือรักแรกพบและความลุ่มหลงในความรัก ถึงแม้ความหมายของดอกกุหลาบลาเวนเดอร์จะใกล้เคียงกับดอกกุหลาบสีม่วง แต่ว่าความนุ่มนวลและความสง่างาม ดอกกุหลาบลาเวนเดอร์สามารถแสดงออกได้ดีไม้แพ้กันเลยค่ะ

ดอกกุหลาบสีน้ำเงิน

Blue Roses

ดอกกุหลาบสีน้ำเงิน เป็นดอกไม้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติค่ะ แต่ที่หลายๆท่านเห็นตามท้องตลาดจะเป็นการย้อมสีดอกกุหลาบขาวนั่นเอง ถึงแม้ว่าในบางประเทศจะมีการตัดต่อพันธุกรรมให้เกิดเม็ดสีน้ำเงินขึ้นมา แต่ว่าวิธีนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายค่ะ ดอกกุหลาบสีน้ำเงินนั้นหมายถึงสิ่งที่เป็นไปได้ สิ่งที่ลึกลับ แต่ในบางประเทศการมอบดอกกุหลาบสีน้ำเงินแสดงถึงความไว้ใจ ความจงรักภักดี เพราะฉะนั้นการที่จะมอบดอกกุหลาบสีน้ำเงินให้ใครซักคน นั่นหมายถึงคนๆนั้นจะต้องเป็นคนสนิทหรือพิเศษสำหรับเรามากๆเลยค่ะ

ดอกกุหลาบสีเขียว

Green Roses 11zon

ความหมายของดอกกุหลาบสีเขียวนั้นจะเกี่ยวข้องกับชีวิตค่ะ เพราะสีเขียวแสดงถึงเรื่องของการเจริญเติบโต
ความอุดมสมบูรณ์ และความร่ำรวย ดอกกุหลาบสีเขียวยังเป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิตที่ยั่งยืน ความสงบ และความมั่นคงในจิตใจ เพราะฉะนั้นถ้าคุณกำลังมองหาดอกไม้ที่มอบพลังงานดีๆให้กับตัวคุณและผู้รับ ดอกกุหลาบสีเขียวควรเป็นหนึ่งในตัวเลือกของคุณค่ะ

ดอกกุหลาบสีดำ

black rose

ตามธรรมเนียมและวัฒนธรรมในหลายๆที่รวมทั้งประเทศไทย สีดำสัญลักษณ์ของการสูญเสียและการจากลา ถึงแม้ว่าสีดำอาจจะไม่ใช่สีที่แสดงถึงข้อความเชิงบวกในหลายๆแง่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความหมายของดอกกุหลาบสีดำก็ได้เปลี่ยนไปตามเวลาเช่นกันค่ะ ดอกกุหลาบสีดำเป็นกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ หรือการเริ่มต้นใหม่ เพราะฉะนั้นการมอบดอกกุหลาบสีดำให้แก่กันสามารถหมายถึงการแสดงความยินดีกับบทบาทใหม่ของชีวิตนั่นเองค่ะ

จะเห็นได้ว่าดอกกุหลาบมีเรื่องราวและที่มาที่น่าสนใจอย่างมาก อีกทั้งความหมายที่พิเศษที่มาพร้อมกับสีสันที่แตกต่างกัน สำหรับผู้อ่านที่กำลังมองหาช่อดอกไม้ที่มีความหมายลึกซึ้ง เฉพาะตัว และโดดเด่น ดอกกุหลาบน่าจะเป็นตัวเลือกที่คุณกำลังมองหาค่ะ สำหรับใครที่มีไอเดียและอยากนำเสนอให้กับทางร้าน ทาง Urban Flowers Bangkok ยินดีให้บริการค่ะ สามารถเข้ามาเลือกดูได้ทั้งที่ร้าน หรือถ้าใครไม่สะดวกสามารถติดต่อทางช่องทางออนไลน์ของทางร้านได้เลยค่ะ

ดอกไม้แห้ง การใช้งานและสร้างความทรงจำ

ทุกครั้งที่หันไปเจอดอกไม้แห้งจะทำให้นึกถึงช่วงเวลาฤดูใบไม้ผลิ และให้ความรู้สึกอบอุ่นใจในทุกๆครั้ง หลายคนเวลาที่ได้รับช่อดอกไม้เป็นของขวัญ นอกจากนำมาใส่แจกันเพื่อความสวยงามแล้ว เราสามารถนำช่อดอกไม้มาทำดอกไม้แห้งได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณสามารถยืดอายุการใช้งานและนำดอกไม้แห้งกลับมาใช้ประโยชน์ต่อ หรือเก็บไว้เพื่อเป็นความทรงจำดีๆก็ได้ 🙂

ความเป็นมาของดอกไม้แห้ง

การนำดอกไม้มาตากแห้งในสมัยก่อนจะมีเพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การทำยารักษาไปจนถึงงานศิลปะ ยกตัวอย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่น (ช่วงประมาณศตวรรษที่ 16) Oshibana งานศิลปะการทับดอกไม้แห้งลงบนกระดาษวาชิอย่างประณีต โดยผลงานที่ออกมาเกิดจากแรงบันดาลใจที่ได้รับจากธรรมชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความเคารพในวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อดอกไม้และธรรมชาติและเป็นงานศิลปะที่ทั่วโลกยังทำต่อมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากเรื่องของศิลปะแล้ว ดอกไม้แห้งยังถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์ โดยในช่วงยุโรปยุคกลางสมุนไพรและดอกไม้บางชนิดมีอิทธิพลต่อการแพทย์เป็นอย่างมาก ผู้คนมักออกไปเก็บเกี่ยวดอกไม้และสมุนไพร โดยนำกลับมาอบแห้งเพื่อทำชา ขี้ผึ้ง หรือการใช้งานอื่นๆ เช่น ดอกคาโมมาย์หรือดอกลาเวนเดอร์ ที่เมื่อนำไปตากให้แห้งแล้ว สามารถนำมาใช้ดื่มเป็นชาเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย นอนหลับได้ดีขึ้น หรือช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย

6230498

ภาพจาก http://www.artfloreo.com/

ประโยชน์ของดอกไม้แห้ง

  • ตกแต่งบ้าน

ดอกไม้แห้งเป็นทางเลือกสำหรับใครก็ตามที่อยากให้บ้านมีความรู้สึกเป็นเป็นธรรมชาติมากขึ้น หรือการเพิ่มความพิเศษให้กับห้องแต่ละห้องด้วยการเลือกดอกไม้แห้งที่แตกต่างกันวางไว้ตามมุมห้อง หรือจัดเป็นช่อใหญ่ๆแล้ววางไว้ตรงกลางของโต๊ะกินข้าว หรือแม้แต่การนำดอกไม้แห้งที่เราชอบมาใส่กรอบทำเป็นของตกแต่งผนัง เพียงแค่ดอกไม้แห้งไม่กี่ดอกก็สามารถทำให้บ้านของเราสดชื่นและมีสไตล์มากขึ้นด้วย

  • ประดับงานแต่งงาน

ดอกไม้แห้งเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับการใช้เป็นองค์ประกอบของการประดับงานแต่งงาน มีเจ้าสาวหลายคนที่เลือกถือช่อดอกไม้แห้งแทนดอกไม้สด การใช้ดอกไม้แห้งวางเป็น centerpieces บนโต๊ะของแขก หรือธีมงานแต่งสุดฮิตอย่าธีมโบฮีเมียนที่ใช้ดอกไม้แห้งเป็นส่วนประกอบหลักของการจัดงาน เพราะความที่ดอกไม้แห้งสามารถอยู่ได้นาน คู่แต่งงานจึงสามารถเก็บช่อดอกไม้จากงานแต่งไว้เป็นของที่ระลึกเพื่อเป็นความทรงอันล้ำค่าสำหรับและแสดงถึงวันพิเศษของทั้งคู่

  • ศิลปะการทับดอกไม้

ดอกไม้แห้งสามารถนำมาทับแล้วใส่กรอบเป็นงานศิลปะก็ได้ โดยสามารถนำดอกไม้แห้งมาวางไว้ระหว่างกระดาษสองแผ่นแล้วหาอะไรก็ได้มาวางทับ โดยทิ้งไว้ซัก 1-2 วัน หลังจากนั้นคุณก็สามารถนำดอกไม้ไปใส่กรอบตามที่ชอบแล้วนำไปตกแต่งบ้านได้เลย

  • เครื่องหอม

ดอกไม้แห้งสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องหอมแทนน้ำหอมปรับอากาศได้ โดยนำดอกไม้แห้งมาผสมกับน้ำมันหอมระเหยที่เราชอบ เช่นซินนามอนหรือโรสแมรรี่ โดยผสมให้เข้ากันแล้วนำมาใส่ด้วยหรือภาชนะที่เราชอบ คุณสามารถวางไว้ตามมุมห้องต่างๆในบ้าน แค่นี้ก็ทำให้บ้านของคุณมีกลิ่นหอมสดชื่นแล้ว

  • ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ

หลังจากที่เราทำงานอย่างเหฯดเหนื่อยมาทั้งวัน การได้กลับบ้านมาแช่น้ำถือว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลายได้อย่างดี แต่ถ้าแช่น้ำอย่างเดียวก็คงน่าเบื่อไป ลองหาดอกไม้แห้งอย่างกลีบดอกกุหลาบหรือลาเวนเดอร์มาโปรยลงในอ่างอาบน้ำควบคู่กับ bath bombs ที่คุณชอบ จะทำให้การแช่น้ำของคุณผ่อนคลายและสบายมากขึ้น สำหรับใครที่ไม่มีอ่างอาบน้ำที่บ้าน ลองหาช่อยูคาลิปตัสมาแขวนไว้บนฝักบัว เพราะเวลาที่ยูคาลิตัสโดนน้ำอุ่น จะทำให้น้ำมันในใบระเหยออกมา ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ดีพอๆกับการแช่น้ำในอ่างอาบน้ำเลย

  • กระดาษสีรุ้ง หรือ Confetti

สำหรับงานเฉลิมฉลองหรือปาร์ตี้ต่างๆ ส่วนใหญ่จะมีการใช้กระดาษสีรุ้งมาปากันเพื่อความสนุกสนานแล้วสวยงาม แต่เราสามารถเปลี่ยนจากการใช้กระดาษมาใช้ดอกไม้แห้งได้ อย่างเช่นดอกลาเวนเดอร์,ดอกเดลฟิลเนียม เพราะนอกจากจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังทำให้งานมีกลิ่นหอมอีกด้วย

annie spratt 4ACZQy75Koc unsplash
ดอกไม้แห้ง การใช้งานและสร้างความทรงจำ 6

วิธีการใช้งานและประโยชน์จากดอกไม้แห้งนั้นมีหลายอย่างค่ะ ไม่ว่าจะสร้างความสวยงามให้กับบ้าน หรืองานสำคัญต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือดอกไม้แห้งสามารถอยู่กับเราได้นาน พิชาได้มีโอกาสไปร้านหนังสือมือสองเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ไปหยิบเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่สอนเกี่ยวกับทำดอกไม้แห้ง ว่าต้องทำอย่างไร หรือมีอุปกรณ์อะไรบ้าง ซึ่งจะสอนตั้งแต่เริ่มปลูก เก็บเกี่ยว และขั้นตอนการทำดอกไม้แห้ง เนื้อหาค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว สำหรับใครที่อยากลองหาอ่านดู หนังสือชื่อ Everlasting : How to grow, Harvest, and create with dried flowers โดย Bex Partidge เผื่อได้ไอเดียและแรงบันดาลใจใหม่ๆจากดอกไม้แห้งค่ะ