ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ    ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ    ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ   ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ   ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ    ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ    ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ   ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ   ช่อดอกไม้สไตล์โมเดิร์น | บริการจัดส่งฟรีในกรุงเทพฯ
X

ทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับดอกไม้แห่งสายลม (แอนนีโมนี)

ดอกแอนนีโมนี (Anemone) ที่เรียกกันอีกชื่อว่าดอกไม้แห่งสายลม เป็นกลุ่มของดอกไม้ที่มีหลากหลายสายพันธ์ หลายสี และเป็นดอกไม้ที่เป็นที่สนใจของหลายคนมายาวนาน ด้วยความที่ดอกแอนนีโมนีมีกลีบดอกที่บางบางและสีสันที่สดใสพร้อมกับความหมายที่ลึกซึ้ง ในบทความครบถ้วนนี้ ผู้เขียนจะพาผู้อ่านได้สำรวจประวัติของดอกแอนนี่โมนีอย่างละเอียด พร้อมความหมายของดอกแอนนีโมนีแต่ละสี ความหมายทางจิตวิญญาณ เทคนิคการปลูก สถานที่ที่ดอกแอนนีโมนีเติบโต คุณสมบัติของดอกแอนนีโมนีทางการแพทย์และการใช้งาน พร้อมเทคนิคการทำดอกแอนนีโมนีแห้งและคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแล ถือว่าเป็นบทความที่รวบรวมข้อมูลทุกด้านของดอกไม้แห่งสายลมเลยค่ะ

ที่มาของดอกแอนนีโมนี

ดอกแอนนีโมนีเป็นดอกไม้ในตระกูล Ranunculaceae และเติบโตกระจายอยู่ทุกที่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในทวีปยุโรป เอเชีย และทวีปอเมริกาเหนือ ที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของดอกแอนนีโมนีก็แตกต่างกัน เราสามารถพบได้ในระบบนิเวศทั่วไป ตั้งแต่ในป่าเขียวอันเขียวชะอุ่ม ทุ่งหญ้า หรือแม้กระทั่งตามภูเขาต่างๆ

UFBK Arnome field 2

ทวีปยุโรป

เราสามารถพบดอกแอนนีโมนีได้ในประเทศต่าง ๆ เช่นสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ และอิตาลี โดยดอกแอนนีโมนีจะเจริญเติบโตอยู่ในที่ค่อนข้างอุมดมสมบูรณ์และตามทุ่งหญ้าที่มีแสงแดดเข้าถึง อย่างที่ประเทศอังกฤษจะมีดอกแอนนีโมนีชนิด Wood anemone หรือดอกแอนนีโมนีป่าที่สามารถเห็นได้ในทุกพื้นที่ของป่า ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาว และในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีสีชมพูขึ้นมารายล้อม

ทวีปเอเชีย

ในภูมิภาคทวีปเอเชียของเราเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายของดอกอะเนโมน โดยประเทศในญี่ปุ่นและจีน จะมี Japanese anemone หรือที่รู้จักกันในชื่อดอกแอนนีโมนีญี่ปุ่น สามารถพบได้ในสวนและพื้นที่ธรรมชาติโดยทั่วไป ลักษณะดอกจะมีกลีบสีชมพูและแกนกลางสีเหลือง รวมถึง Poppy anemone ที่มีทั้งดอกสีแดง ขาว และน้ำเงิน เวลาที่ดอกแอนนีโมนีทั้งสองสายพันธุ์เติบโตอยู่ด้วยกัน จะให้ทัศนีย์ภาพที่สวยงามอย่างมาก

ทวีปอเมริกาเหนือ

ดอกแอนนีโมนีในแถบทวีปอเมริกาเหนือจะขึ้นตั้งแต่ช่วงตะวันออกของสหรัฐอเมริกาไปจนถึงเขตอัลไพน์ของแคนาดา โดยสายพันธุ์เด่นของทวีปอเมริกาเหนือจะเป็นพวก เช่น Western anemone ที่มีกลีบบางๆสีขาว และ Anemone multifida ที่ลักษณะดอกจะตูมกว่าเล็กน้อย มีสีแดงอมชมพู โดยทั้งสองสายพันธุ์จะเจริญเติบโตในป่าชื้นและเขตภูเขาเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ภูมิทัศน์ของภูเขาสวยงามอย่างมาก

UFBK White woodland 2

ดอกแอนนีโมนีมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจและมีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมในยุคต่าง ๆ ในส่วนนี้ ทางผู้เขียนขอเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของดอกแอนนีโมนีว่ามีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างไร และการอ้างอิงที่น่าสนใขององค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งในด้านศิลปะ และวรรณกรรม

UFBK flirtation 2

1. ที่มาและการเติบโตของดอกแอนนีโมนี

ดอกแอนนีโมนีจัดอยู่ในตระกูล Ranunculaceae และเป็นดอกไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในทุกที่ทั่วโลก ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่จะเติบโตตามป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูณ์ ตามทุ่งหญ้า ตามซอกหิน และมีอยู่รายล้อมในช่วงแถบเทือกเขาอัลไพน์

2. ความสำคัญทางวัฒนธรรมและสัญลักษณ์

ดอกแอนนีโมนีมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมในสังคมที่แตกต่างกันโดยส่วนใหญ่จะแสดงเปรียบความหมายถึง ความรัก, ความอ่อนแอ, การรอคอย, และการเปลี่ยนแปลง ตามวัฒนธรรมโรมันและกรีกโบราณ ดอกแอนนีโมนีจะมีความเชื่อมโยงกับเทพเจ้าเช่น อะโฟรไดท์และฟลอร่า(เทพีแห่งความงาน) ส่วนในเอเชียก็มีความหมายต่าง ๆ เช่นโชคลาภ, ความคุ้มครอง, หรือ ความอยากรู้อยากเห็น

3. การอ้างอิงทางวรรณกรรม

ดอกแอนนีโมนีเป็นดอกไม้ที่ถูกกล่าวถึงอยู่หลายบทในเทพนิยายกรีกโบราณ เป็นเรื่องราวของอะโฟรไดท์และอาโดนิส โดยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับต้นกำเนิดของดอกแอนนีโมนีจากน้ำตาของเทพี ตามการอ้างดิงในวรรณกรรม ดอกแอนนีโมนีมักถูกใช้ในมุมมองด้านอำนาจ เพื่อแสดงถึงความอ่อนแอของธรรมชาติและความล่วงล้ำของชีวิต

ความหมายของดอกแอนนีโมนีแต่ละสี

ดอกแอนนีโมนีสีแดง

UFBK Red anemone 2

ดอกแอนนีโมนีสีแดงแสดงถึงความรัก ความหลงใหล ความปรารถนาและความรู้สึกที่ชัดเจน สามารถแสดงถึงความหมายของความรักที่ร้อนแรง หรือรูปแบบของความรักที่โรแมนติกก็ได้ค่ะ

ดอกแอนนีโมนีสีชมพู

UFBK Pink anemone 2

ดอกแอนนีโมนีสีชมพูแสดงถึงความอ่อนโยน ความงดงาม ความชื่นชมและความสุข มักถูกให้เพื่อเป็นการแสดงความนับถือหรือเพื่อฉลองการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ได้งานใหม่ สอบติดมหาวิทยาลัย เป็นต้น

ดอกแอนนีโมนีสีขาว

UFBK White anemone 2
ทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับดอกไม้แห่งสายลม (แอนนีโมนี) 1

ดอกแอนนีโมนีสีขาวแสดงถึงความบริสุทธิ์ ความรักที่บริสุทธิ์ เป็นเครื่องหมายทางจิตวิญญาณและการเริ่มต้นใหม่ มักถูกใช้ประกับในงานแต่งงานเพื่อแสดงถึงความรักอันบริสุทธิ์

ดอกแอนนีโมนีสีม่วง

UFBK purple anemone 2

ดอกอะเนโมนสีม่วงแสดงถึงความมั่งคั่ง ความภูมิฐาน ความหรูหราและความเป็นเจ้าของ เป็นดอกไม้สีม่วงที่มักเกี่ยวข้องกับเรื่องของการชื่นชมยินดีและเป็นดอกไม้ที่เมื่อนำมาจัดเป็นช่อแล้วจะสวยมาก เพราะมีสีม่วงที่โดดเด่นอย่างชัดเจน

ดอกแอนนีโมนีสีน้ำเงิน

UFBK blue anemone 2

ดอกแอนนีโมนีสีน้ำเงินนับเป็นดอกไม้หายากและคนอยากได้กันอย่างมาก เพราะด้วยความที่สีไม่ค่อยเหมือนดอกไม้อื่นๆ ดอกแอนนีโมนีสีน้ำเงินแสดงถึงความสงบเรียบร้อย ความสมดุลภายในตัวเอง และแอนนีโมนีสีน้ำเงินเมื่อนำมาจัดใส่แจกัน จะทำให้บ้านสงบและมีพลังงานบวกมากขึ้น

ความหมายของดอกแอนนีโมนี ในด้านจิตวิญญาณ

นอกจากความหมายและสัญลักษณ์โดยทั่วไปแล้ว ดอกแอนนีโมนีนั้นยังมีความหมายทางจิตวิญญาณและมีเชื่อว่าเป็นดอกไม้ที่มีพลังงานด้านบวกเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วยค่ะ (ขอให้ผู้อ่านทุกท่านใช้วิจรณาญในการอ่านหัวข้อนี้ด้วยค่ะ)

1. การเปลี่ยนแปลงและการเริ่มใหม่

ดอกแอนนีโมนีเปรียบเสมือนถึงการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายในตัวเอง หรือสภาพแวดล้อมรอบตัว และการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต อย่างเช่น บทบาทใหม่ด้านการงาน หรือ การเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นเหมือนดอกไม้เตือนใจถึงวงจรของชีวิต และสมดุลของชีวิตค่ะ

2. เครื่องรางและกำจัดพลังงานด้านลบ

มีความเชื่อว่าดอกแอนนีโมนีมีคุณสมบัติทางจิตวิญญาณด้านการป้องกันและกำจัดพลังงานที่เป็นลบหรือจิตวิญญาณชั่วร้าย มักถูกใช้ในพิธีต่างๆหรือตกแต่งไว้ในบ้านเพื่อเพิ่มพลังงานด้านบอกให้กับผู้คนในบ้าน

3. การรักษาความสมดุลทางอารมณ์

ดอกแอนนีโมนีมักเกี่ยวข้องกับการรักษาความสมดุลทางอารมณ์และการเอาชนะความเศร้าจากความสูญเสีย เป็นดอกไม้ที่จะนำความสงบสุขมาให้ และช่วยให้เราเติบโตขึ้นจากเรื่องราวที่ยากลำบาก

4. การตื่นตัวและความสามารถในการรับรู้

ดอกแอนนีโมนีมีความหมายถึงการรับรู้และความเชื่อมั่นของการเชื่อมต่อกับสติปัญญาของเราที่สูงขึ้น เป็นดอกไม้ที่จะช่วยให้เราเข้าถึงสัญชาตญาณของตัวเราและการยอมรับในตัวเอง

วิธีปลูกดอกแอนนีโมนี

การปลูกดอกแอนนีโมนีสามารถเป็นประสบการณ์ที่เราสามารถทำได้กับคนในครอบครัว หรือเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นในสวนหรือในภาชนะการปลูกพืช ในส่วนนี้ทางผู้เขียนจะอธิบายถึงการปลูกพืช เงื่อนไขของดิน การให้น้ำ วิธีการขยายพันธุ์ และแนวทางดูแลรักษาดอกแอนนีโมนี

UFBK anemone seed 1

1. เลือกสายพันธุ์ดอกแอนนีโมนีให้เหมาะสม

อย่างแรกเราต้องเลือกสายพันธุ์ดอกแอนนีโมนีให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและเงื่อนไขโดยรอบที่มีผลต่อการเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่คุณอยู่ด้วยค่ะ โดยสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมจะมี Poppy anemone, Balkan anemone, และ Japanese anemone แต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะตัวที่สวยงามแตกต่างกันออกไป

2. ช่วงเวลาและสถานที่ปลูก

ฤดูที่ควรปลูกดอกแอนนีโมนี ควรปลูกในช่วงต้นฤดู โดยต้องดูด้วยว่าสายพันธุ์ไหนที่เหมาะสมกับสภาพอากาศในช่วงนั้นๆ โดยเราต้องเลือกสถานที่ที่มีดินระบายน้ำไดดีและมีแสงแดดที่เพียงพอตามความต้องการของดอกไม้

3. เตรียมดินให้พร้อม

ดอกแอนนีโมนีชอบดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีธาตุหรือสารอินทรีย์ในดินอย่างอุมดมสมบูรณ์ ก่อนเตรียมดินคุณต้องแน่ใจก่อนว่าค่าความเป็นกรด-ด่างของดินต้องเป็นกลางถึงเป็นกรดเล็กน้อย แล้วอย่าให้ดินจับตัวเป็นก้อน ทำให้ร่วนมากที่สุด

4. ระดับความลึกและระยะห่างในการปลูก

การปลูกดอกแอนนีโมนีควรอยูในความลึกประมาณ 2-3 นิ้ว (5-8 ซม.) และระยะห่างระหว่างกันซัก 4-6 นิ้ว (10-15 ซม.) ตามสายพันธุ์ที่เลือกคุณชอบ หมั่นดูเพื่อให้ดอกไม้เกิดการเจริญเติบโตที่ดีที่สุด

5. ความชื้นและระดับน้ำ

ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ดินชื้นอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการให้น้ำเกินไป เนื่องจากความชื้นมากเกินไปอาจทำให้รากเน่า เราสามารถใส่หญ้าหรือวัสดุกันเมล็ดพืชอย่างอื่นเพื่อช่วยรักษาความชื้นและยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืชได้

6. การใส่ปุ๋ย

ควรใช้ปุ๋ยที่ละลายน้ำได้ดีและสร้างความของการเติบโตในระหว่างฤดูกาล ควรให้ปุ๋ยในปริมาณที่พอดี ไม่มากแล้วไม่น้อยจนเกินไป

7. การขยายพันธุ์

ดอกแอนนีโมนีสามารถขยายพันธุ์โดยใช้วิธีการแบ่งพันธุ์หรือการเพาะเมล็ด โดยจะทำในช่วงหมดฤดูกาลการเจริญเติบโตแล้ว

8. การตัดแต่งและการตัดดอก

การตัดดอกควรเลือกใบที่เหลืองหรือตายออกเป็นระยะๆ เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของใบใหม่และรักษาลักษณะของพืชไว้ ควรตัดแต่งแอนนีโมนีในช่วงปลายฤดูใบ เพื่อเอาส่วนที่ติดโรคหรือเสียหายออก

9. การควบคุมโรคและแมลง

ควรหมั่นเช็คแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ และทาก ซึ่งมันจะมากัดกินใบของแอนนีโมนี เราสามารถใช้สารอินทรีย์หรือเคมีในปริมาณที่เหมาะสมในการควบคุมแมลง และนอกจากนี้ควรรักษาระบบระบายอากาศให้ระบายอย่างเหมาะสมพร้อมควบคุมปริมาณความชื้นเพื่อป้องกันโรครากเน่าเนื่องที่เกิดจากความชื้นที่มีมากเกินไป

ถิ่นอาศัยทางธรรมชาติและสถานที่ที่คุณจะได้พบกับดอกแอนนีโมนี

นอกจากการเพาะปลูกแล้ว ดอกแอนโมนสามารถพบได้ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของพ อันนี้คือสถานที่ที่คุณสามารถพบดอกแอนนีโมนีได้ ถ้าใครมีโอกาสได้ไป อย่าลืมมาแชร์กันด้วยนะคะ

UFBK White woodland 3

1. ยุโรป

ดอกแอนนีโมนีขึ้นอยู่ทั่วไปในหลายประเทศในยุโรป เช่นป่าไม้และทุ่งหญ้า จะมีมากในสหราชอาณาจักร ตามเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์ กรีซและอิตาลี

2. เอเชีย

ในทวีปเอเชีย ดอกแอนนีโมนีสามารถพบได้ในประเทศเช่นญี่ปุ่น จีน โดยเฉพาะเมืองหรือจังหวัดที่อากาศค่อนข้างเย็นหน่อย

3. อเมริกาเหนือ

สปีชีส์ของดอกแอนนีโมนีจะกระจายอยู่ทั่วทั้งภูมิภาคอเมริกาเหนือ สามารถพบได้ในเกือบทุกระบบนิเวศ เช่นป่าไม้ ทุ่งหญ้า และทุ่งหญ้าราบ รวมถึงภูมิภาคแปซิฟิกนอร์ธเวสต์ของสหรัฐอเมริกาและบางช่วงในเขตของประเทศแคนาดา

ดอกแอนนีโมนีกับประโยชน์ทางการแพทย์

ดอกแอนนีโมนีถูกนำมาใช้เพื่อคุณสมบัติทางการแพทย์เป็นเวลาหลายศตวรรษ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คุณควรปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนใช้ดอกไม้หรือสมุนไพรก่อนเสมอ ดอกแอนนีโมนีโมนได้มีประโชน์ทางการแพทย์หลายอย่าง

UFBK floral medicina 1

1. ต้านการอักเสบและแก้ปวด บางชนิดของดอกแอนนีโมนี เช่น Pulsatilla vulgaris และ Japanese anemone มีสารที่มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบและแก้ปวด มีความสามารถการบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบในโรคเส้นเอ็น อาการแวดตามข้อต่อ และอาการวิงเวียนศีรษะ

2. สุขภาพทางเดินหายใจ ดอกแอนนีโมนีได้ถูกใช้เป็นการดูแลสุขภาพทางเดินหายใจตามแบบดั้งเดิม โดยมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการไอ หวัด และภาวะทางเดินหายใจอื่นๆ โดยเราสามารถบริโภคเป็นชาสมุนไพรหรือใช้ต้มและหายใจผ่านไอน้ำของดอกแอนนีโมนีก็ได้

3. ผิวหนัง สารสกัดจากดอกนีโมนีสามารถใช้การแก้ปัญหาผิวหนังต่างๆ เช่น ผื่นคัน และบาดแผลเล็กน้อย ฤทธิ์ต้านการอักเสบของดอกแอนนีโมนีสามารถลดการอักเสบของผิวหนังและกระตุ้นกระบวนการสมานของบาดแผล อย่างไรก็ตาม ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนใช้นะคะ

4. ภาวะทางเดินหายใจ ดอกแอนนีโมนีถูกใช้ในการดูแลสุขภาพทางเดินหายใจ เชื่อว่ามีฤทธิ์ช่วยในการรักษาความสะอาดของระบบทางเดินหายใจ

5. ประจำเดือน ดอกแอนนีโมนีได้ถูกใช้รักษาปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือนที่มาไม่ปกติ การบรรเทาอาการปวดอย่างไร

ทำดอกไม้แห้งด้วยดอกแอนนีโมนี

UFBK driedflowers 1

1. การตากแห้ง การตากแห้งเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการแห้งดอกแอนนีโมนี รวบรวมดอกเล็ก ๆ เป็นจุดๆ และผูกก้านดอกด้วยเชือก แขวนกลับหัวลงในที่ที่มีการระบายอากาศดี มืดและแห้ง วิธีนี้อาจะใช้เวลาค่อนข้างนานหลายสัปดาห์

2. ซิลิกาเจล ซิลิกาเจลเป็นสารตัวละลายที่ใช้แห้งดอกไม้อย่างแพร่หลาย การใส่ซิลิกาเจลลงในภาชนะและฝังดอกแอนโมนลงไปในซิลิกาเจล ทำให้แน่ในว่าดอกแอนนีโมนีจะถูกซิลิกาเจลคลุมไว้อย่างมิดชิด ปิดภาชนะให้แน่นและปล่อยไว้ ซิลิกาเจลจะดูดความชื้นจากดอกแอนนีโมนี ทำให้กลายเป็นดอกไม้แห้งนั่นเอง

3. การทับกระดาษ เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ได้ดอกแอนโมนที่แห้งและแบน วางดอกแอนโมนระหว่างเอกสาหรือกระดาษอะไรก็ได้ ไม่ให้วางดอกไม้ทับกันนะ แล้วหาอะไรก็ได้หนักๆมาวางทักอีกทีนึง จนกว่าดอกไม้จะแห้งแล้วค่อยแกะกระดาษออกมา

การดูแลรักษาดอกแอนนีโมนี

เพื่อรักษาสุขภาพ ความสวยงามและอายุของดอกแอนนีโมนี สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้การดูแลและบำรุงรักษาที่เหมาะสม

UFBK tools 1
ทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับดอกไม้แห่งสายลม (แอนนีโมนี) 2

1. การให้น้ำ ดอกแอนนีโมนีชอบดินที่ชื้นสม่ำเสมอแต่ระบายน้ำดี ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะในช่วงที่แห้งและทำให้ดินชื้นสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการให้น้ำมากเกินไป เนื่องจากความชื้นมากเกินไปอาจทำให้เกิดการเน่า

2. แสงแดดและอุณหภูมิ ดอกแอนนีโมนีเจริญเติบโตในที่มีแสงแดดเข้าถึง แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของดอกด้วย บางสายพันธุ์ชอบอุณหภูมิที่เย็นกว่า ระหว่าง 50°F ถึง 70°F (10°C ถึง 21°C)

3. สภาพของดิน ดอกแอนนีโมนีชอบดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีสารอินทรีย์อย่างเพียงพอ เตรียมดินโดยรวมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกให้พร้อมดีก่อนปลูก

4. การใส่ฟางและการควบคุมวัชพืช ใส่ฟางอินทรีย์รอบๆ เพื่อรักษาความชื้น ยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืชและรักษาอุณหภูมิดินที่สม่ำเสมอ แต่อย่าให้ฟางไปใกล้ฐานของดอกไม้มากจนเกินไป เนื่องจากอาจทำให้ความชื้นสะสมเกินไปและส่งกลิ่มเหม็นได้

5. การให้ปุ๋ย เราสามารถใส่ปุ๋ยอย่างเป็นประจำในช่วงแรกของการเจริญเติบโต แนะนำให้ใช้เป็นปุ๋ยน้ำ

6. การตัดส่วนที่เสีย ตัดดอกและใบที่แห้งหรือเหลืองเพื่อรักษาการเจริญเติบโตใหม่

7. การควบคุมแมลงและโรค คอยหมั่นเช็คแมลงศัตรูที่ เช่น เพลี้ยไฟ, หอยทาก เพราะหอยทากจะชอบกินใบของแอนนีโมนี ใสามารถใช้สารอินทรีย์หรือสารเคมีในการควบคุมพสกแมลงศัตรูพืชได้

ถ่านหิน: ของติดบ้านที่จะช่วยยืดอายุดอกไม้แสนสวยของคุณ

ดอกไม้มีสามารถพิเศษอย่างหนึ่งคือทำให้บ้านของเราสดชื่นขึ้นและเติมเต็มความสุขในชีวิตเราได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่อดอกไม้ที่ได้รับเป็นของขวัญจากคนที่เรารักหรือแม้แต่ดอกไม้ที่เราหาซื้อเอง ไม่ว่าอะไรก็ตาม สิ่งนึงที่หลายคนต้องการคือต้องการให้ดอกไม้แสนสวยของเรามีใช้ชีวิตอยู่ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราสามารถหาเคล็ดลับดูแลดอกไม้หลายวิธีทั่วไป แต่วันนี้ผู้เขียนขอแบ่งปันความลับ(ที่ไม่ลับ) และต้องกล่าวถึงเป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือ ถ่านหิน นั่นเอง ใช่ค่ะ ทุกคนอ่านไม่ผิด ถ่านหินก้อนสีดำที่เอาไว้ใช้ในเตาหมูกะทะนั่นแหล่ะค่ะ ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่านี้ 😀 สำหรับบทความนี้ผู้เขียนจะมาอธิบายถึงประโยชน์และความสามารถของถ่านหิน ที่จะช่วยยืดอายุช่อดอกไม้ของคุณให้นานยิ่งขึ้นและอยู่กับคุณไปได้นานๆ

เราลองทำความเข้าใจเกี่ยวกับพลังของถ่านหินกันก่อนนะคะ ถ่านหินมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากตัวช่วยรักษาความสดอื่นๆ คือถ่านหินประเภทที่เราใช้กันในครัวเรือนจะมีโครงสร้างเปราะบางจากการเผาที่อุณหภูมิสูง โดยความเปราะบางของโครงสร้างของมันนี่แหล่ะค่ะที่จะช่วยให้มันสามารถดูดซับและเก็บรักษาสารต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีหรือสารพิษ เพราะฉะนั้นเราถึงสามารถใช้ถ่านหินเพื่อยืดอายุของดอกไม้ของเราได้ค่ะ

ถ่านหินมีประโยชน์อย่างไร

1. ดูดซับสารพิษ

UFBKPHIANI1
ถ่านหิน: ของติดบ้านที่จะช่วยยืดอายุดอกไม้แสนสวยของคุณ 3

ทุกคนทราบกันหรือไม่คะว่าน้ำประปาที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันอาจมีสิ่งสกปรกหรือแร่ธาตุที่อาจเป็นอันตรายต่อดอกไม้ หน้าที่ของถ่านหินจะเปรียบเสมือนตัวกรองธรรมชาติที่ดูดซับสารเคมีไม่พึงประสงค์ เช่นคลอรีน ฟลูออไรด์ และโลหะหนักจากน้ำ การที่น้ำที่สะอาดขึ้นจะช่วยป้องกันดอกไม้ไม่เหี่ยวและสีไม่ซีด แน่นอนว่าดอกไม้ของคุณจะสดใสและสวยงามได้นานเลยค่ะ

2. ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

UFBKPHIANI12

แบคทีเรียอาจเป็นศัตรูตัวฉกาจของดอกไม้ ทำให้ก้านดอกไม้สิ่งสกปรก ดูดซึมน้ำได้ไม่เต็มที่ และก่อให้เกิดความเน่าเสียได้ ดีที่ถ่านหินมีโครงสร้างกร่อนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียโดยการดูดความชื้นที่มีมากเกินและสร้างสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียไม่สามารถเติบโตได้

3. ควบคุมแก๊สเอทธิลีน

UFBKPHIANI14

แก๊สเอทธิลีนเป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่มีหน้าที่ในกระบวนการเสื่อมสภาพและการเน่าสลายในพืช อย่างไรก็ตามหารที่แก๊ซเอทธิลีนมีมากเกินไปอาจทำให้ดอกไม้บางชนิดเหี่ยวลงก่อนเวลาอันควร ซึ่งหน้าที่ของถ่านหินจะเข้ามาช่วยโดยการดูดกลืนแก๊ซเอทธิลีนจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ซึ่งช่วยลดกระบวนการเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ดอกไม้ของคุณสดชื่นและมีอายุยืนยาวขึ้นค่ะ

4. ปรับสมดุลระดับค่า pH

UFBKPHIANI13
ถ่านหิน: ของติดบ้านที่จะช่วยยืดอายุดอกไม้แสนสวยของคุณ 4

ระดับค่า pH ของน้ำมีผลต่อการดูดซึมสารอาหารของดอกไม้อย่างมาก ถ่านหินจะทำหน้าที่เป็นตัวควบคุม pH เพื่อช่วยรักษาสมดุลค่า pH ให้เหมาะสม โดยถ่านหินจะดูดกลืนความเป็นกรดหรือเป็นด่างส่วนเกินของน้ำออก ทำให้ดอกไม้ของคุณได้รับน้ำที่มีค่า pH เหมาะสม เมื่อสภาพแวดล้อมสมดุลขึ้นจึงส่งผลให้การดูดซึมสารอาหารในดอกไม้ดีขึ้น

วิธีใช้ถ่านหินเพื่อให้ดอกไม่อยู่กับเราไปนานๆ

เมื่อเรารู้เรื่องประโยชน์ของถ่านหินแล้ว เรามาลงลึกกันเรื่องวิธีการนำถ่านหินมาใช้ในการดูแลดอกไม้ของคุณกันค่ะ

เตรียมวัสดุ

เลือกถ่านหินที่มีคุณภาพดีหน่อยนะคะ หาตัวเลือกที่สะอาดและไม่มีสารเคมีปรุงแต่ง จะใช้แบบเม็ด ผง หรือแบบแท่ง เอาตามที่เราสะดวกเลยค่ะ

ทำความสะอาดแจกัน

ทำความสะอาดแจกันให้สะอาดทุกครั้งก่อนที่จะจัดดอกไม้ ล้างด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อนเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกหรือแบคทีเรียที่อาจตกค้าง หลังจากทำความสะอาดแล้วเช็ดหรือตากแจกันให้แห้ง แค่นี้เราก็พร้อมสำหรับการจัดดอกไม้แล้วค่ะ

จัดวางถ่านหิน

วางถ่านหินที่คุณเตรียมไว้ลงไปที่ก้นของแจกันก่อนที่จะเติมน้ำลงไป ส่วนปริมาณถ่านหินที่ใช้จะขึ้นอยู่กับขนาดของแจกันเลยค่ะ แต่ถ้าเอาแบบง่ายๆทั่วไป ใส่ลงไปบางๆหรือใช้ก้อนเล็กๆ ก็เอาอยู่แล้วค่ะ

ต่อไปเวลาเราได้รับช่อดอกไม้หรือซื้อมาเอง อย่าลืมวิธีการใช้ถ่านหินเพื่อรักษาและยืดอายุดอกไม้แสนสวยของคุณกันนะคะ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลดอกไม้ ผู้อ่านสามารถติดต่อสอบถามกับทางร้านได้ตลอดเวลาค่ะ จิ้มเลย

ดอกไม้สำคัญในศาสนาพุทธ : สัญลักษณ์และความหมายทางจิตวิญญาณ

UFBK Buddha 1

ความสงบในโลกของพุทธศาสนา ดอกไม้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ ความไม่เที่ยง และวงจรของชีวิตที่ตั้งอยู่และต้องดับไป การถวายดอกไม้ทุกครั้งที่เราได้ไปเยือนวัดวาอารามต่างๆ ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ชาวพุทธปฏิบัติกันเป็นประจำ แต่ทราบกันหรือไม่คะว่าดอกไม้ที่เราถวาย หรือใช้ในการกราบไหว้บูชานั้นมีบทบาทที่สำคัญและความหมายที่สวยงามซ่อนอยู่ วันนี้ผู้เขียนจะมาเจาะลึกถึงสัญลักษณ์และความหมายทางด้านจิตวิญญาณที่อยู่เบื้องหลังดอกไม้เหล่านี้กันค่ะ

ดอกบัว : สัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้

UFBK Lotus 1

ดอกบัวที่มีรากหยั่งและเติบโตในโคลน แต่ดอกจะผลิบานอยู่เหนือผิวน้ำ ถือว่าเป็นดอกไม้แห่งพระพุทธศาสนาเลยก็ว่าได้ ความหมายของดอกบัวสามารถหมายถึงการเอาชนะอุปสรรคทั้งหลายและความสงบที่เกิดจากภายในตัวเรา ดอกบัวในทางพุทธศาสนามีความลึกซึ้ง อุปมาเปรียบบุคคลเหมือนดอกบัว 4 จำพวก ได้แก่ บัวพ้นน้ำ ผู้ที่มีความพร้อมมีปัญญาสามารถมองเห็นเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ อย่างมีเหตุผลได้ บัวปริ่มน้ำ จำต้องพัฒนาซึ่งเมื่อขยายความเล็กน้อยก็จะมีความเข้าใจ บัวที่อยู่ใต้น้ำ ต้องอาศัยการเพาะบ่ม อบรมฝึกฝนอยู่เสมอ และบัวที่จม อยู่กับโคลนตมเป็นเหยื่อของสัตว์น้ำ แม้จะได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจหรือรึความหมายตามได้ แต่อย่างไรก็ตามมนุษย์ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้กลายมาเป็นบัวที่พ้นน้ำได้ค่ะ

ดอกเบญจมาศ : สัญลักษณ์แห่งความไม่เที่ยง

UFBK Chrysanthemum 1

จากแนวคิดพื้นฐานในทางปรัชญาพุทธศาสนา ดอกเบญจมาศเป็นสัญลักษณ์แห่งวัฎจักรของชีวิต การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นหลักคำสอนให้กับชาวพุทธในการยอมรับกับความไม่เที่ยง ความไม่แน่นอน การใช้ชีวิตอย่างมีสติ และการเจริญปัญญา ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นและชาวจีน ดอกเบญจมาศสีขาวเปรียบเสมือนการตั้งสัจจะและความซื่อสัตย์ จึงเป็นดอกไม้ที่ชาวญี่ปุ่นและจีนนำมาไหว้และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันค่ะ

ดอกมะลิ: สัญลักษณ์แห่งความเมตตาและความบริสุทธิ์

UFBK Jasmine 1

ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญอย่างมากในทางพุทธศาสนา ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์และความบริสุทธิ์ ความเห็นอกเห็นใจและการแสดงความเมตตาต่อสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ บทบาทของดอกมะลิในทางพุทธศาสนาคือการฝึกสมาธิและแสดงความบริสุทธิ์จากใจทุกคำพูดและการกระทำ ในความเชื่อทางพุทธศาสนา กลิ่นที่หอมของดอกมะลิสามารถยกระดับจิตใจ จิตวิญญาณ และกลิ่นหอมที่เหมือนกับเครื่องเตือนให้ใจมนุษย์เราคิดดีและกระทำความดีอยู่เสมอ

ดอกดาวเรือง: สัญลักษณ์แห่งแสงสว่าง  

UFBK Marigold 1

ในพิธีกรรมต่างๆทางพุธศาสนา ดอกดาวเรื่องมักนำมาใช้เพื่อตกแต่งแท่นบูชาและบริเวณโดยรอบวัดวาอารมหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ด้วยความที่ดอกดาวเรืองเป็นดอกไม้ที่มีสีสันสดใส จึงเปรียบเสมือนแสงสว่างของชีวิต ปัญญา และเส้นทางสู่การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ความหมายและความเชื่อมโยงทางสัญลักษณ์ระหว่างดอกดาวเรืองและแนวคิดทางพุทธศาสนา คือ ปัญญา ความเห็นอกเห็นใจ แต่การเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

กล้วยไม้: สัญลักษณ์แห่งความงามแหละความเงียบสงบ

UFBK Orchid 1

กล้วยไม้เป็นดอกไม้ที่ลักษณะภายนอกมีความละเอียดอ่อนและซับซ้อน เปรียบเสมือนความสง่างามและความสงบในทางพุทธศาสนา ความสำคัญของกล้วยไม้นั้นเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตวิญญาณ ความสงบจากภายในและงานพุทธศิลป์ ความหมายเชิงเปรียบเทียบของกล้วยไม้เปรียบเสมือนคำสอนของพระพุทธเจ้าและการแสวงหาของมนุษย์เพื่อยกระดับจิตวิญญาณและความรู้ของตนเอง

ดอกไม้มีบทบาทที่สำคัญในเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาและถือมีความหมายทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้ง ดอกไม้แต่ละดอกในทางพุทธศาสนาสะท้อนถึงมุมมองและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ได้อย่างมีเหตุผล ตั้งแต่การเติบโตในโคลนใต้ผิวน้ำดั่งดอกบัวไปจนถึงความงดงามประดุจดอกเบญจมาศ แต่ทั้งนี้ทุกอย่างเมื่อเกิดขึ้นมา ถึงเวลาเราก็ต้องดับไป เป็นวงจรของชีวิตที่เราไม่อาจเลี่ยงได้ ธรรมชาติถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่สอนให้เราซาบซึ้งกับและขอบคุณชีวิตที่เรามี อีกทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้กับการเติบโตในทุกจิตวิญญาณของเราค่ะ  การถวายดอกไม้อาจจะไม่จำเป็นที่ต้องใช้ดอกไม้ตามที่ผู้เขียนเล่ามา ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้อะไร แต่หากให้ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ทั้งสิ้งมีคุณค่าเหมือนกันค่ะ 🙂

ดอกไม้แห้ง การใช้งานและสร้างความทรงจำ

ทุกครั้งที่หันไปเจอดอกไม้แห้งจะทำให้นึกถึงช่วงเวลาฤดูใบไม้ผลิ และให้ความรู้สึกอบอุ่นใจในทุกๆครั้ง หลายคนเวลาที่ได้รับช่อดอกไม้เป็นของขวัญ นอกจากนำมาใส่แจกันเพื่อความสวยงามแล้ว เราสามารถนำช่อดอกไม้มาทำดอกไม้แห้งได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณสามารถยืดอายุการใช้งานและนำดอกไม้แห้งกลับมาใช้ประโยชน์ต่อ หรือเก็บไว้เพื่อเป็นความทรงจำดีๆก็ได้ 🙂

ความเป็นมาของดอกไม้แห้ง

การนำดอกไม้มาตากแห้งในสมัยก่อนจะมีเพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การทำยารักษาไปจนถึงงานศิลปะ ยกตัวอย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่น (ช่วงประมาณศตวรรษที่ 16) Oshibana งานศิลปะการทับดอกไม้แห้งลงบนกระดาษวาชิอย่างประณีต โดยผลงานที่ออกมาเกิดจากแรงบันดาลใจที่ได้รับจากธรรมชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความเคารพในวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อดอกไม้และธรรมชาติและเป็นงานศิลปะที่ทั่วโลกยังทำต่อมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากเรื่องของศิลปะแล้ว ดอกไม้แห้งยังถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์ โดยในช่วงยุโรปยุคกลางสมุนไพรและดอกไม้บางชนิดมีอิทธิพลต่อการแพทย์เป็นอย่างมาก ผู้คนมักออกไปเก็บเกี่ยวดอกไม้และสมุนไพร โดยนำกลับมาอบแห้งเพื่อทำชา ขี้ผึ้ง หรือการใช้งานอื่นๆ เช่น ดอกคาโมมาย์หรือดอกลาเวนเดอร์ ที่เมื่อนำไปตากให้แห้งแล้ว สามารถนำมาใช้ดื่มเป็นชาเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย นอนหลับได้ดีขึ้น หรือช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย

6230498

ภาพจาก http://www.artfloreo.com/

ประโยชน์ของดอกไม้แห้ง

  • ตกแต่งบ้าน

ดอกไม้แห้งเป็นทางเลือกสำหรับใครก็ตามที่อยากให้บ้านมีความรู้สึกเป็นเป็นธรรมชาติมากขึ้น หรือการเพิ่มความพิเศษให้กับห้องแต่ละห้องด้วยการเลือกดอกไม้แห้งที่แตกต่างกันวางไว้ตามมุมห้อง หรือจัดเป็นช่อใหญ่ๆแล้ววางไว้ตรงกลางของโต๊ะกินข้าว หรือแม้แต่การนำดอกไม้แห้งที่เราชอบมาใส่กรอบทำเป็นของตกแต่งผนัง เพียงแค่ดอกไม้แห้งไม่กี่ดอกก็สามารถทำให้บ้านของเราสดชื่นและมีสไตล์มากขึ้นด้วย

  • ประดับงานแต่งงาน

ดอกไม้แห้งเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับการใช้เป็นองค์ประกอบของการประดับงานแต่งงาน มีเจ้าสาวหลายคนที่เลือกถือช่อดอกไม้แห้งแทนดอกไม้สด การใช้ดอกไม้แห้งวางเป็น centerpieces บนโต๊ะของแขก หรือธีมงานแต่งสุดฮิตอย่าธีมโบฮีเมียนที่ใช้ดอกไม้แห้งเป็นส่วนประกอบหลักของการจัดงาน เพราะความที่ดอกไม้แห้งสามารถอยู่ได้นาน คู่แต่งงานจึงสามารถเก็บช่อดอกไม้จากงานแต่งไว้เป็นของที่ระลึกเพื่อเป็นความทรงอันล้ำค่าสำหรับและแสดงถึงวันพิเศษของทั้งคู่

  • ศิลปะการทับดอกไม้

ดอกไม้แห้งสามารถนำมาทับแล้วใส่กรอบเป็นงานศิลปะก็ได้ โดยสามารถนำดอกไม้แห้งมาวางไว้ระหว่างกระดาษสองแผ่นแล้วหาอะไรก็ได้มาวางทับ โดยทิ้งไว้ซัก 1-2 วัน หลังจากนั้นคุณก็สามารถนำดอกไม้ไปใส่กรอบตามที่ชอบแล้วนำไปตกแต่งบ้านได้เลย

  • เครื่องหอม

ดอกไม้แห้งสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องหอมแทนน้ำหอมปรับอากาศได้ โดยนำดอกไม้แห้งมาผสมกับน้ำมันหอมระเหยที่เราชอบ เช่นซินนามอนหรือโรสแมรรี่ โดยผสมให้เข้ากันแล้วนำมาใส่ด้วยหรือภาชนะที่เราชอบ คุณสามารถวางไว้ตามมุมห้องต่างๆในบ้าน แค่นี้ก็ทำให้บ้านของคุณมีกลิ่นหอมสดชื่นแล้ว

  • ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ

หลังจากที่เราทำงานอย่างเหฯดเหนื่อยมาทั้งวัน การได้กลับบ้านมาแช่น้ำถือว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลายได้อย่างดี แต่ถ้าแช่น้ำอย่างเดียวก็คงน่าเบื่อไป ลองหาดอกไม้แห้งอย่างกลีบดอกกุหลาบหรือลาเวนเดอร์มาโปรยลงในอ่างอาบน้ำควบคู่กับ bath bombs ที่คุณชอบ จะทำให้การแช่น้ำของคุณผ่อนคลายและสบายมากขึ้น สำหรับใครที่ไม่มีอ่างอาบน้ำที่บ้าน ลองหาช่อยูคาลิปตัสมาแขวนไว้บนฝักบัว เพราะเวลาที่ยูคาลิตัสโดนน้ำอุ่น จะทำให้น้ำมันในใบระเหยออกมา ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ดีพอๆกับการแช่น้ำในอ่างอาบน้ำเลย

  • กระดาษสีรุ้ง หรือ Confetti

สำหรับงานเฉลิมฉลองหรือปาร์ตี้ต่างๆ ส่วนใหญ่จะมีการใช้กระดาษสีรุ้งมาปากันเพื่อความสนุกสนานแล้วสวยงาม แต่เราสามารถเปลี่ยนจากการใช้กระดาษมาใช้ดอกไม้แห้งได้ อย่างเช่นดอกลาเวนเดอร์,ดอกเดลฟิลเนียม เพราะนอกจากจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังทำให้งานมีกลิ่นหอมอีกด้วย

annie spratt 4ACZQy75Koc unsplash
ดอกไม้แห้ง การใช้งานและสร้างความทรงจำ 5

วิธีการใช้งานและประโยชน์จากดอกไม้แห้งนั้นมีหลายอย่างค่ะ ไม่ว่าจะสร้างความสวยงามให้กับบ้าน หรืองานสำคัญต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือดอกไม้แห้งสามารถอยู่กับเราได้นาน พิชาได้มีโอกาสไปร้านหนังสือมือสองเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ไปหยิบเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่สอนเกี่ยวกับทำดอกไม้แห้ง ว่าต้องทำอย่างไร หรือมีอุปกรณ์อะไรบ้าง ซึ่งจะสอนตั้งแต่เริ่มปลูก เก็บเกี่ยว และขั้นตอนการทำดอกไม้แห้ง เนื้อหาค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว สำหรับใครที่อยากลองหาอ่านดู หนังสือชื่อ Everlasting : How to grow, Harvest, and create with dried flowers โดย Bex Partidge เผื่อได้ไอเดียและแรงบันดาลใจใหม่ๆจากดอกไม้แห้งค่ะ